|
พี่เผ่ย เผ่ย เล่าพร้อมกับถาม
“อืม...แล้วทำไมไม่มีรูปปั้นเสี่ยวจูล่ะ นางฟ้ายืนคนเดียวก็เหงาแย่” มิกิอยากรู้จริง ๆ ...แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เพราะเพื่อนสาวสุดเปรี้ยวซ่าส์เดินหลังไว ๆ ไปทำตาแบ๊ว ๆ หน้ากล้องถ่ายรูปซะแล้ว
ก็คงจริงดูอย่างคุณพ่อกับคุณแม่ของมิกิสิ กว่าจะได้อยู่ด้วยกัน ผู้ชายแสนจะกวนโอ๊ย กวนประสาท ดูภายนอกไม่รับผิดชอบ ไม่นิ่งขรึมเหมือนชายในฝัน จนเป็นที่ไม่ไว้วางใจของครอบครัวที่มีระเบียบวินัยสูง แต่เมื่ออาการเคลื่อนไหวของหัวใจผิดปกติ ...แปลก....คุณแม่ยิ้มได้ หัวเราะได้ และแหกกฎระเบียบบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนได้ ทำให้เวลาอยู่กับคุณพ่อ...มีความสบายใจ อบอุ่น อย่างเหลือเชื่อ ที่สำคัญคุณพ่อต่อยมวยด้วยก็เลยยิ่งได้ใจกันไปใหญ่ |
“อยากเพิ่งอ้วกนะจ๊ะลูกสาวสุดที่รักของพ่อ เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่าอยู่ไกลกันสุดขอบฟ้าเขาเขียวเสมือนอยู่หอเดียวร่วมห้อง” คุณพ่อบอกความรู้สึก ช่วงหลังเรียนจบจากประเทศญี่ปุ่น แล้วเดินทางกลับเมืองไทย โดยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องคุณแม่ แต่ความห่างไกลที่คน 2 คน ยังเชื่อมั่นต่อกัน ในที่สุดคุณพ่อกับคุณแม่ก็ได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ
ถึงทุกวันนี้แม้สถานะภาพภายนอกจะเนี๊ยบเป็นผู้บริหาร แต่เมื่ออยู่ในบ้านคุณพ่อจะกลายเป็นคนน่ารัก ขี้เล่น และถ้าไม่เหนื่อยจนเกินไป เรา 2 คนแม่-ลูก จะได้ชิมอาหารจานอร่อยเสมอ
ถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้จนหนำใจ ท้องไส้ก็เริ่มส่งเสียงร้องขึ้นมาดื้อ ๆ เราตัดสินใจไปภัตตาคารอาหารที่ไม่ไกลจากหวีหนี่มากนัก เพื่อชิมเมนูกุ้งมังกร ซุปผัก ผัดผัก ไวน์แดง |
กำลังตักของคาวเข้าปาก เมนูของหวาน น้ำเปล่า น้ำอัดลม ก็ดันถูกยกมาเสิร์ฟเบียนอาหารทุกจาน ชนิดเร่งเร็วเครมไว จนหายใจแทบไม่ทัน แต่ท้ายสุดมิกิคอนเฟิร์มว่ารสชาติอร่อยค่ะ
ตกเย็นเรามาเดินทอดน่องกันที่ “ตลาดกงเป่ย” ศูนย์การค้าราคาถูก ชนิดต่อราคาได้ครึ่งต่อครึ่งหรือมากกว่าครึ่ง ยิ่งแฟชั่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา แบรนด์เนม (ก็อปปี้ ประเทศจีนไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์) เมื่อใครมีใจอยากสานสัมพันธ์ ก็เป็นอันว่าต้องจ่าย ดูสิขนาด...พี่เผ่ย เผ่ย กำลังซื้อผ้าพันคอลายเสือ เนื้อดี ลื่นมือ ต่อราคากับแม่ค้าจนปากเปียกปากแฉะ จาก 550 หยวน เหลือ 200 หยวน (1 หยวน เท่ากับ 5 บาท ) กระนั้นพอจะหยิบใส่ถุงส่งให้ เผ่ย เผ่ย ก็ยังมีแก่ใจต่อราคาอีกว่า 150 หยวนได้ไหม? |